Home Committee News & Events Gallery Webboard Contact Us
 
   
Publications | Education  
กระทู้โดย  Guest     ย้อนกลับ
 
15/7/2555 8:36:00
smecta, dehecta และhidrasec ต่างกันอย่างไรคะ
1
 ตอบกระทู้   มีผู้ร่วมตอบกระทู้นี้ ทั้งสิ้น:6 - หน้า: 1 จากทั้งหมด 1 หน้า     
 
" ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถอ้างอิงในทางกฏหมายได้ "

Smecta กับ dehecta เป็นยาที่ใช้ในท้องเสีย
เป็นกลุ่มเดียวกันค่ะ คือ  adsorbents เป็น dioctahedral smectite  1 ซองบรรจุ 3 กรัม
ต่างกันที่
1.Smecta อยู่ในรูปเป็นผง  แต่  dehecta อยู่ในรูปของยาน้ำแขวนตะกอนสีชมพู (dark pink)
2.Dehecta มีรส คือกลิ่นวนิลาผสมสตรอเบอรี่ รสชาติทานได้ง่ายขึ้น
3.ผลิตจากคนละบริษัท Dehecta จากบริษัท Daewoong pharmaceutical จากเกาหลี ส่วน Smecta จากบริษัท Ipsen

ยากลุ่ม Smectite มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาจะไปจับกับ mucous ในระบบทางเดินอาหาร โดยไม่มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผลึกของ smecta ใน mucus มีผลคือ

1.เสริมให้ mucous แข็งแรงขึ้นเคลือบติดกับเยื่อบุลำไส้ได้ดีทำให้ toxin และเชื้อโรคไม่สามารถผ่านจากgช่องลำไส้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุได้ แล้วถูกขับออกพร้อมกับอุจจาระ
2.จับเอา toxin ทั้งendotoxin exotoxin ทั้งแบคทีเรียและไวรัส เช่น เชื้อโรต้า สัมผัสกับเยื่อบุเอาไว้ใน mucous ทำให้ toxin และเชื้อโรคไม่สามารถรุกรานเข้าไปในเยื่อบุลำไส้ได้เป็นผลให้ toxin และเชื้อโรคหมดฤทธิ์ไป แล้วถูกขับออกไปในอุจจาระพร้อมกับ mucous ภายหลัง
3.ช่วยเพิ่มการดูดซึมน้ำและสารเกลือแร่ได้

จาก guideline  ของ ESPGHAN ในการรักษาโรค gastroenteritis  แนะนำเรื่องการใช้ smecta ให้อยู่ในระดับ II, B (มีงานวิจัยที่เป็น randomize control > 1 การวิจัย )   พิจารณาให้ใช้ได้

 
20/7/2555 0:00:00
 

II Hidrasec หรือ Racecadrotil เป็นยาในกลุ่ม antisecretary  เป็นยาที่ใช้ในการรักษาภาวะทอ้งเสียเช่นกัน แต่กลไกของ hidrasec จะแตกต่างไปจาก smecta ดังนี้
เป็น enkephalinase inhibitor  ช่วยไม่ให้ enkephaline ถูกทำลาย ทำให้ cyclic AMP ลดลง ทำให้การหลั่งสารน้ำและ electrolyte ลดลง (enkephaline เป็น endogenous opioid ที่สร้างจาก myenteric and submucosa neuron ของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะยับยั้งการหลั่งน้ำและและคลอไรด์ การทำลาย enkephaline จึงทำให้มีการหลั่งน้ำออกสู่ lumen ทำให้เกิดภาวะท้องเสีย)

จาก guideline  ของ ESPGHAN ในการรักษาโรค gastroenteritis  แนะนำเรื่องการใช้ Racecadrotil ให้อยู่ในระดับ II, B (มีงานวิจัยที่เป็น randomize control > 1 การวิจัย )   พิจารณาให้ใช้ในการรักษาท้องเสียได้เช่นกันค่ะ

 

อ่านเพิมเติมได้จาก
1.topic review ใน website pthaigastro.org ในหัวข้อ drug use in diarrhea pro amd con part I, II
2.Journal of Pediatric Gastroenterology and Nutrition
46:S81–S184 # 2008 by European Society for Pediatric Gastroenterology, Hepatology, and Nutrition and
North American Society for Pediatric Gastroenterology, Hepatology, and Nutrition
3.Drug update : racecadotril

 

 

 

 
20/7/2555 0:00:00
 

อายุ 2 ปีควรจะมีน้ำหนัก 12 Kg ค่ะ ยา periactin หรือชื่อว่า cyproheptadine เป็นยาในกลุ่มยาแก้แพ้ค่ะ นอกจากนั้นยังใช้ในการป้องกันภาวะไมเกรน โรค cyclic vomiting

กลไกของยาช่วยต้านฤทธิ์ Serotomin และ Histamine ผลข้างเคียงคือทำให้อยากอาหารได้ค่ะ เราจึงใช้ผลข้างเคียงของยาในข้อนี้ในการทำให้เด็กอยากกินอาหาร แต่ยาตัวนี้ก็มีผลข้างเคียงอื่นๆได้นะคะ เช่น ปากแห้ง คอแห้ง ง่วงนอน คลื่นไส้ อาเจียนนะค่ะ และควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืด ต้อหิน

ผลข้างเคียงอื่นๆ ส่วนมากเป็น case report ที่รายงานไว้ค่ะ (นำมาจาก web board ที่มีคน review ไว้ค่ะ ttp://drug.pharmacy.psu.ac.th/Question.asp?ID=2439&gid=7 )
1. รายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียง/พิษจากการใช้ยาเกินขนาด (ฉับพลัน)
- Acute antihistamine overdose รวมถึง psychosis ในเด็กหญิงอายุ 13 ปี
- Somnolence, excitation, hallucinations, ataxia, tachycardia, และ muscle twitchings ในเด็กจำนวน 113 ราย
- เสียชีวิต
- Psychotic syndrome ในผู้ป่วยอายุ 14 ปี หลังหยุดใช้ยาโดยฉับพลัน
- การพยายามฆ่าตัวตาย
- การเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว (aggression; violent behavior) ในเด็กชายอายุ 5 ปี
- การเกิด Anticholinergic psychosis ในหญิงอายุ 16 ปี (อาการร่วม agitation, confusion, และ hallucinations)
2. รายงานเกี่ยวกับผลต่อ Growth hormone
พบแต่เพียงว่า Cyproheptadine ในขนาดยาปกติ จะทำให้ ACTH, cortisol, prolactin, และ growth hormone หลั่งน้อยลง ระดับblood glucose concentrations ต่ำลง และระดับ unesterified free fatty acids สูงขึ้น

ถ้าเด็กทานอาหารได้น้อย ควรจะหาสาเหตุก่อนนะคะและเน้นที่การปรับพฤติกรรม  ดูว่าทานนมมากเกินไปหรือไม่ หรือ ในเด็กช่วง วัย 1-2 ปี เป็นวัยที่ห่วงเล่น สนใจอย่างอื่น กินไป เล่นไป ทำให้ทานได้น้อยค่ะ และพ่อแม่ก็ต้องเหนื่อยเดินป้อน ควรปรับพฤติกรรมดังนี้นะคะ

1. ให้รับประทานอาหารบนโตะทานอาหารค่ะอาจมีที่ประจำของเด็กหรือโตะกินข้าวของเด็กเป็นการการฝึกระเบียบ วินัยให้กับเด็ก ไม่ควรกินไปเล่นไป

2. ให้เวลาทานข้าวมื้อละไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงนะคะ ถ้าไม่ยอมกิน ก็เก็บข้าวไปเลยค่ะ ถ้าเด็กหิวก็จะกินได้มาก

3.ถ้าไม่ทานข้าวก็ไม่ควรให้ขนมนะคะ แต่ถ้าทานข้าวก็ให้รางวัลเป็นขนมที่มีประโยชนฺ เช่น บิสกิต

4. ไม่ควรให้เด็กทานขนมซอง ขนมกุบกอบ น้ำอัดลม ค่ะ เด็กบางคนทานขนมมากจึงทำให้ทานข้าวน้อย น้ำหนักก็ไม่ขึ้น

5. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารที่เด็กชอบ เพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ

6. อาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการปรุงหรือทำอาหาร เป็นการจูงใจให้เด็กอยากกินอาหารมากขึ้น

7. ถ้าเด็กทำดีอาจให้รางวัล เช่น สติกเกอร์แปะไว้ในกระดาษ (star chart) เพื่อเป็นการส่งเสริมเด็กให้ทำต่อไปค่ะ

8. อาจจะเพิ่มแคลอรี่ในอาหาร โดยเด็กที่น้ำหนักน้อย ควรเน้นกินอาหารทอด ผัด  หรืออาจจะใช้น้ำมะกอก หรือน้ำมันงา เหยาะเข้าไปในอาหารเด็กค่ะ

9. ถ้ามีเพื่อนๆ พี่น้อง วัยเดียวกัน มาร่วมทานอาหาร อาจจะทำให้เด็กอยากทานอาหาร เหมือนเพือ่นๆ ก็จะทำให้ทานข้าวได้มากขึ้น

10.. ถ้าคิดว่าทานปริมาณได้มากแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ขึ้น อาจตอ้งไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คให้ละเอียดต่อไปค่ะ

 

 

 

 

 
22/2/2560 14:57:00
 
 
15/7/2561 21:42:00
 
 
15/7/2561 21:43:00
 
 
15/7/2561 21:44:00
 
   
 
 
 
 
 
    
 
 
 
  เพื่อเป็นการยืนยันตัวบุคคลในการโพสข้อความกรุณาระบุตัวเลขในช่องว่าง  
 
9828
  ระบุตัวเลขที่ท่านเห็น
 
     
   
   
 
 
 
 
บทความใหม่

แนวทางปฏิบัติในการรักษาโรค Wilson’s Disease และต้บอักเสบไวรัส ซี ในเด็ก
(Guidelines in Management of Wilson’s Disease and Chronic Hepatitis C Virus Infection in Children)

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐพงษ์ อัครผล

 
Education and Resources
 
   
   
 
 
 
 
 
สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ
Thai Society of Pediatric Gastroenterology and Hepatology
สำนักงานชั่วคราว: สาขาวิชาโรคทางเดินอาหาร
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
270 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทร 02-201-1446 โทรสาร 02-201-1446
 
   
  MAP