19/9/2556 0:00:00

1 ) การรักษาท้องผูกเรื้อรัง จำเป็นต้องใช้ยาระบายต่อเนื่องค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องทานยาประมาณ 3-6 เดือนหรืออาจจะใช้ระยะเวลามากกว่านี้ขึ้นกับอาการ มีการศึกษาของ อ. เสกสิต (a) ในผู้ป่วย 42 รายในการรักษาท้องผูกเรื้อรังพบว่าเด็กที่หายเป็นปกติต้องทานยาระบาย milk of magnesia นาน 5.4 เดือน ยานี้ค่อนข้างปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย แต่มีข้อระวังในผู้ป่วยกลุ่มโรคไต เพราะจะทำให้เกิด Magnesium ในเลือดสูง (hyper magnesemia)

ยาตัวนี้มีส่วนประกอบ คือ

1. Magnesium hydroxide, 2. peppermint, 3. Methyl paraben, 4. propylparaben :

ตัวที่ 1 เป็นตัวยา  ตัวที่ 2 เป้นพืชสมุนไพร  ตัวที่3 และ 4 เป็นสาร preservative (สารรักษาสภาพของยา)

(a) เสกสิต โอสถากุล. Constipation ใน วันดี วราวิทย์, สุพร ตรีพงษ์กรุณา, เกศรา อัศวมงคล, ประพันธ์ อ่านเปรื่อง, บุษบา วิวัฒน์เวคินบรรณาธิการ. แนวเวขปฎิบัติโรคระบบทางเดินอาหารในเด็ก พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์, 2549;หน้า 224-231

19/9/2556 0:00:00

ตอบคำถามข้อที่ 2

ท้องผูก (functional constipation) หมายถึง

1. ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 2 ครั้งใน 1 สัปดาห์

2. ถ่ายเจ็บหรือมีอาการถ่ายลำบาก

3.อุจจาระเป็นก้อนใหญ่และแข็ง

4.มีการกลั้นอุจจาระ

เด็กบางคนก็อาจไม่ขับถ่ายทุกวัน (>2 ครั้งต่อ1สัปดาห์ตามนิยามข้างต้น) แต่ถ่ายอุจจาระนิ่ม ไม่ถ่ายลำบาก ก็ไม่ถือว่ามีภาวะท้องผูก

จากการศึกษาลักษณะการขับถ่ายอุจจาระในเด็กปกติอายุ 3 ปีจำนวน 76 คนพบว่า ร้อยละ 82.9 ถ่ายอุจจาระ 1 ครั้งต่อวัน, ร้อยละ 5.3 ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 11.8 ถ่ายอุจจาระ 2 ครั้งต่อวัน  พบว่าค่าเฉลี่ยในการถ่ายอุจจาระต่อสัปดาห์อยู่ที่ 6.93+ 1.7 ครั้งต่อสัปดาห์ (b)

การที่ขับถ่ายได้ทุกวันถือว่ามีสุขลักษณะที่ดี แต่ในการรักษาท้องผูกระยะแรกเด็กอาจไม่สามารถขับถ่ายได้ทุกวัน แต่ถ้าหากอุจจาระนิ่มขึ้น เด็กไม่กลั้นถ่าย ไม่เจ็บ ถ่ายไม่ลำบาก ถือเป็นสิ่งที่ดีถ้าเด็กไม่กลัวการขับถ่ายก็จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายได้ในที่สุดทำให้หายจากภาวะท้องผูก  ทั้งนี้คงต้องอาศัยทั้งปรับพฤติกรรมการกิน กินอาหารที่มีกากใย ผักผลไม้ น้ำแอปเปิ้ล น้ำลูกพรุน ข้าวกล้อง และฝึกการขับถ่ายควรให้นั่งห้องน้ำหลังรับประทานอาหารเช้าหรือเย็นเป็นเวลา 5-10 นาที และควรให้คำชมเชยหรือรางวับเล็กน้อยเช่นสติกเกอร์ ถ้าเด็กสามารถขับถ่ายได้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจใช้ระยะเวลานานเป็นหลายเดือนโดยใช้การรักษาโดยยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรม

(b) Archives of Disease in childhood 1994; 71: 1-314

 

 

19/9/2556 0:00:00

ตอบคำถามข้อที่ 3

ควรจะหยุดเมือเด็กพร้อม อุจจาระนิ่ม ไม่กลัวการถ่ายอุจจาระ ไม่มีแผลที่ก้น และสามารถปรับพฤติกรรมการกินได้ ฝึกการขับถ่ายได้

ไม่ควรรีบหยุดยา  โดยวิธีการหยุดยาอาจจะใช้วิธีลดปริมาณลง หรือ ใช้วิธีทานยาให้ห่างขึ้น เช่นจากทุกวันเป็นวันเว้นวัน เป็นต้น